Smoke Detector

Smoke Detector คืออะไร ?
อุปกรณ์ตรวจจับควันเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับการมีควันในอากาศ ซึ่ง Smoke Detector เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
และมักใช้ในสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารอื่นๆ เพื่อแจ้งเตือนล่วงหน้าถึงเพลิงไหม้ที่อาจเกิดขึ้น
วัตถุประสงค์หลักของเครื่องตรวจจับควัน คือเมื่ออุปกรณ์ตรวจจับควันในอากาศได้ Smoke Detector จะส่งสัญญาณไปหาตู้ควบคุม (FCP) จากนั้นตู้ควบคุมจะดำเนินการต่อโดยส่งสัญญาณไปให้ Horn , Alarm Bell , Motor Siren แจ้งเตือนผู้อยู่อาศัยที่อยู่ในกลุ่มควัน เพื่อให้พวกเขาสามารถอพยพออกจากอาคารหรือดำเนินการที่เหมาะสมก่อนที่ไฟจะไหม้ลุกลามจนเป็นเหตุอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
เทคโนโลยีการตรวจจับ : เครื่องตรวจจับควันใช้เทคโนโลยีการตรวจจับที่แตกต่างกันเพื่อตรวจจับการมีอยู่ของอนุภาคควันในอากาศ เครื่องตรวจจับควันมี 2 ประเภทหลักๆคือ เครื่องตรวจจับไอออไนเซชัน (Ionization) และเครื่องตรวจจับโฟโตอิเล็กทริค (Photoelectric)
เครื่องตรวจจับไอออไนเซชัน (Ionization) : เครื่องตรวจจับเหล่านี้ใช้วัสดุกัมมันตภาพรังสีจำนวนเล็กน้อยเพื่อทำให้อากาศแตกตัวเป็นไอออนระหว่างแผ่นประจุไฟฟ้าสองแผ่น เมื่อควันเข้าไปในห้องไอออไนซ์ จะขัดขวางการไหลของไอออน และส่งสัญญาณไปยังตู้ควบคุมให้ดำเนินการแจ้งเตือนต่อไป
เครื่องตรวจจับโฟโตอิเล็กทริค (Photoelectric) : เครื่องตรวจจับเหล่านี้ใช้แหล่งกำเนิดแสงและเซ็นเซอร์ที่ไวต่อแสงในการตรวจจับควัน เมื่อควันเข้าไปในห้องตรวจจับ ควันจะไปบดบังแสงที่เซ็นเซอร์ตรวจจับอยู่ เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงได้น้อยลงจนถึงเกณฑ์ที่กำหนด อุปกรณ์จะส่งสัญญาณไปยังตู้ควบคุมให้ดำเนินการแจ้งเตือนต่อไป
การติดตั้ง Smoke Detector

ระยะที่แนะนำในการติดตั้ง Smoke Detector คือความสูงไม่เกิน 10.5 เมตร ระยะห่าง 4.5 เมตร
การติดตั้ง Project Beam Type Smoke Detector

ระยะที่แนะนำในการติดตั้ง Project Beam Type Smoke Detector คือความสูงเกิน 10.5 เมตร ระยะห่าง 7 เมตร
ถ้าสูงถึง 25 เมตร ต้องติดตั้ง 2 ชั้น ชั้นแรก 10.5 เมตร ชั้นที่สอง 25 เมตร และต่ำจากเพดาน 20 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 70 เซนติเมตร